การจัดสิ่งแวดล้อมเพื่อระบบสำนักงานอัตโนมัติ
มีอยู่ 4 ระบบ
1.ระบบแสงสว่าง
แสงสว่างมีความสำคัญต่อมนุษย์เป็นอย่างมาก เราจะมองเห็นสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเราได้ เพราะแสงสว่างที่ได้จากแหล่งกำเนิดไปสะท้อนกับวัตถุมาเข้าตาของเรา แสงอาจจะได้จากธรรมชาติ ( Daylight ) หรือแหล่งกำเนิดที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้น ( Aritficial Light ) ดวงอาทิตย์เป็นแหล่งกำเนิดแสงแหล่งแรกของมนุษย์ และเป็นกำเนิดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความยาวคลื่นแบบต่อเนื่อง คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่เรารู้จักกันทั่วไป เช่น รังสีคอสมิก รังสีแกมมา รังสีเอกซ์ รังสีอัลตร้าไวโอเลต รังสีอินฟราเรด ไมโครเวฟ เรดาร์ คลื่นโทรทัศน์ และคลื่นวิทยุ เป็นต้น
แสงจากดวงอาทิตย์ที่เห็นตามปกติจะเป็นสีขาว ซึ่งเกิดจากการรวมตัวกันของแสงหลายๆ สีที่มีความยาวตั้งแต่ 380-780 นาโนเมตร ( 1 นาโนเมตร (nm)=10-9 เมตร) ซึ่งก็คือแสงสีม่วงคราม น้ำเงิน เขียว แสด แดง ตามลำดับ หากจำแนกแจกแจงค่าพลังงานแต่ละสีที่ดวงอาทิตย์สร้างขึ้นมา จะได้เส้นกราฟที่มีความต่อเนื่องคือ ดวงอาทิตย์สร้างแสงออกมาครบทุกสีและมีค่าพลังงานเท่าๆกัน ซึ่งหมายถึงแสงแต่ละสีมีอิทธิพลต่อวัตถุที่อยู่ภายใต้แสงที่เท่ากัน และแสงที่ตามนุษย์ตอบสนองได้เร็วที่สุดคือ แสงสีเหลือง
http://www.geocities.com/sci123th/light.html
2.ระบบปรับอากาศ
ในระบบปรับอากาศที่ใช้ในปัจจุบัน เท่าที่รู้จักกันจะมีเพียงไม่กี่ชนิด วิธีการแบ่งชนิดของเครื่องปรับอากาศนั้น แบ่งได้ เป็นหลายแบบ ขึ้นอยู่กับ เกณฑ์ที่ตั้งขึ้น เช่นแบ่งตามวิธีการระบายความร้อน จะแยกเป็น ระบบระบายความร้อนด้วยอากาศ และ ระบบ ระบาย ความร้อน ด้วยน้ำ หรือ แบ่งประเภท ของระบบปรับอากาศที่เป็นการค้า จะมี 2 ประเภทใหญ่ๆคือ
แบบอัดไอ
แบบดูดซึม
แบบอัดไอนั้นเป็นระบบที่ใช้กันแพร่หลาย โดยสามารถแบ่งย่อย ได้อีกมากมาย ตามลักษณะกายภาพที่มองเห็นดังนี้คือ Air Cooled Chiller System1.2 Water Cooled Chiller System1.3 Air Cooled Package System (Windows Type รวมอยู่ในประเภทนี้ด้วย)1.4 Water Cooled Package System1.5 Split Type System
ส่วนแบบดูดซึมจะมีลักษณะทางกายภาพที่ไม่แตกต่างกันมากนักนอกจากนั้นเรายังสามารถแบ่งระบบปรับอากาศ ตามวิธีควบคุมระบบโดยแบ่งได้เป็น 6ประเภทคือ
CAV = Constant Air Volume
VAV = Variable Air Volume
CWV = Constant Water Volume
VWV = Variable Water Volume
CRV = Constant Refrigerant Volume
VRV = Variable Refrigerant Volume
http://www.se-ed.net/winyou/article05/vrv.htm
3.ระบบป้องกันอัคคีภัย
การป้องกันอัคคีภัยสามารถกระทำได้ 2 ลักษณะคือ
1. การป้องกันอัคคีภัยวิธี Passive- เริ่มจากการจัดวางผังอาคารให้ปลอดภัยต่ออัคคีภัย คือการวางผังอาคารให้สามารถป้องกันอัคคีภัยจากการเกิดเหตุสุดวิสัยได้ มีวิธีการได้แก่ เว้นระยะห่างจากเขตที่ดิน เพื่อกันการลามของไฟตามกฎหมาย การเตรียมพื้นที่รอบอาคาร สำหรับเข้าไปดับเพลิง ได้เป็นต้น- การออกแบบอาคาร คือการออกแบบให้ตัวอาคารมีความสามารถในการทนไฟ หรืออย่างน้อยให้มีเวลาพอสำหรับหนีไฟได้ นอกเหนือจากนั้น ต้องมีการออกแบบที่ทำให้การเข้าดับเพลิงทำได้ง่าย และมีการอพยพคนออกจากอาคารได้สะดวก มีทางหนีไฟที่ดีมีประสิทธิภาพ
2. การป้องกันอัคคีภัยวิธี Active คือการป้องกันโดยใช้ระบบเตือนภัย,การควบคุมควันไฟ,ระบายควันไฟและระบบดับเพลิงที่ดี- ระบบสัญญาณแจ้งเหตุเตือนภัยเป็นระบบ ที่บอกให้คนในอาคารทราบว่า มีเหตุฉุกเฉิน จะได้มีเวลาสำหรับการเตรียมตัวหนีไฟ หรือดับไฟได้มีอุปกรณ์ในการเตือนภัย 2 แบบ คือ อุปกรณ์ตรวจจับเพลิงไหม้ (Fire Detector) อันได้แก่อุปกรณ์ตรวจจับความร้อน (Heat Detector) และอุปกรณ์ตรวจจับควัน (Smoke Detector) อีกแบบหนึ่งคืออุปกรณ์แจ้งเหตุด้วยมือ เป็นอุปกรณ์ที่ให้ ผู้พบเหตุเพลิงไหม้ ทำการแจ้งเตือนมีทั้งแบบมือดึงและผลัก- ระบบดับเพลิงด้วยน้ำคือระบบที่มีการเก็บกักน้ำสำรอง ที่มีแรงดันพอสมควร และเมื่อมีเหตุเพลิงไหม้จะสามารถใช้ระบบดับเพลิง ในการดับไฟได้ระบบนี้จะประกอบไปด้วยถึงน้ำสำรองดับเพลิง ซึ่งต้องมีปริมาณสำหรับใช้ดับเพลิงได้1- 2 ชม.และประกอบด้วย ระบบส่งน้ำดับเพลิงได้แก่ เครื่องสูบระบบท่อ แนวตั้งแนวนอน, หัวรับน้ำดับเพลิง, สายส่งน้ำดับเพลิง, หัวกระจายน้ำดับเพลิง นอกจากนี้ยังมีระบบดับเพลิงด้วยน้ำแบบอัตโนมัติ โดยที่เครื่องที่อยู่บน เพดานห้องจะทำงาน เมื่อมีปริมาณความร้อนที่สูงขึ้น จนทำให้ส่วนที่เป็นกระเปาะบรรจุปรอทแตกออก แล้วน้ำดับเพลิงที่ต่อท่อไว้ ก็จะกระจายลงมาดับไฟ- เครื่องดับเพลิงแบบมือถือ เป็นอุปกรณ์ขนาดเล็ก ข้างในบรรจุสารเคมีสำหรับดับเพลิงแบบต่าง ๆ ในกรณีที่เพลิงมีขนาดเล็ก ก็สามารถใช้เครื่องดับเพลิงขนาดเล็กหยุดยั้งการลุกลามของไฟได้- ลิฟต์สำหรับพนักงานดับเพลิงสำหรับอาคารสูง กฎหมายจะกำหนดให้มีลิฟต์สำหรับพนักงานดับเพลิงทำงานในกรณีไฟไหม้ โดยแยกจากลิฟต์ใช้งานปกติทั่วไป ซึ่งจะทำให้การผจญเพลิง และการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุทำได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น- ระบบควบคุมควันไฟ การสำลักควันไฟเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตในเหตุไฟไหม้ อาคารจึงต้องมีระบบ ที่จะทำให้มีการชะลอ การแพร่ ของควันไฟ โดยมากจะใช้การอัดอากาศลงไปในจุดที่เป็นทางหนีไฟ, โถงบันได และโถงลิฟต์ โดยไม่ให้ควันไฟลามเข้าไป ในส่วนดังกล่าว เพิ่มระยะเวลาการหนีออกจากอาคาร และมีการดูดควันออกจากตัวอาคารด้วย
http://www.novabizz.com/CDC/System41.htm
4.ระบบสายเคเบิล
Cable หรือสายส่งข้อมูล การเลือกใช้ Cable นั้นควรคำนึงถึงความปลอดภัยและคลื่นรบกวนเป็นสำคัญ Cableที่ดีไม่ควร เป็นตัวนำไฟฟ้าเมื่อเกิดอัคคีภัยขึ้น และสามารถป้องกันคลื่นรบกวนจากอำนาจแม่เหล็กและคลื่นวิทยุได้
Coaxial Cable มีลักษณะเป็นสายที่ประกอบไปด้วยแกนของทองแดงหุ้มห่อด้วยฉนวนและสายดิน (ลักษณะเป็นฝอย) แล้วหุ้มด้วยฉนวนบางอีกชั้นหนึ่ง ในปัจจุบันได้เปลี่ยนจากลวดทองแดงเป็นลวดเงินที่พันกันหลายๆ เส้นแทน ทั้งนี้เพื่อ ป้องกันอาการที่เรียกว่า "Cros Talk" ซึ่งเป็นการรบกวนที่เกิดจากสายสัญญาณข้างเคียง ดังนั้นจึงออกแบบให้กลายเป็น เส้นเล็กพันกันเกลียวนั่นเอง Coaxial Cable แบ่งออกเป็น 2 แบบคือ Thick coaxial Cable (ชนิดหนา) และ Thin coaxial cable โดยแบบ Thick จะเดินได้เป็นระยะทางที่ไกลกว่าคือ 500 เมตร ส่วน Thin จะเดินได้สูงสุดเพียง 185 เมตร (ตาม ทฤษฎีแต่ในทางปฎิบัติขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของ network card ที่ดีระยะทางอาจได้ถึง 600 เมตร และ 300 เมตร ใน Thick และ Thin ตามลำดับ
Twisted pair Cable เป็นสายสัญญาณที่ประกอบไปด้วยสายทองแดง 2 เส้นขึ้นไปบิดกันเป็นเกลียว (Twist) เป็นคู่ๆ ไป และหุ้มด้วยฉนวน โดยการบิดกันเป็นเกลียวนี้ช่วยในการลดค่า Cross Talk ในสายนั้น โดยในสมัยก่อนเป็นสาย Category 3 แต่ในปัจจุบันถึง Enhanced Category 5 ซึ่งให้คุณสมบัติสูงกว่า Category 5 สายชนิดนี้รองรับการรับ - ส่งข้อ มูลได้ตั้งแต่ 10 Mbps. จนถึง 155nbsp; Mbps. แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ
สายแบบ STP ( Shield twisted Pair) เป็นสายแบบมีฉนวนป้องกันสัญญาณรบกวนที่ความถี่สูงได้ ราคาจะแพง กว่าสาย UTP มากเพราะมีการ Shielding ที่ดีกว่าสาย UTP สามารถเดินสายได้ยาวกว่าสาย UTP สายชนิดนี้มีค่า ความต้านทาน 150 โอห์ม บางทีเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า สายแบบ ScTP
สายแบบ UTP ( Unshielded Twisted Pair) เป็นสายแบบไม่มีการ Shield เป็นสายที่มีราคาถูกและหาง่ายแต่ป้อง กันสัญญาณรบกวนจากอำนาจแม่เหล็กได้ไม่ดีเท่าสายแบบ STP มีค่าความต้าน 100 โอห์ม
http://members.fortunecity.com/kheenasop/tech1.htm
วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
เทคโนโลยีที่ใช้ในสำนักงานอัตโนมัติ
เทคโนโลยีที่ใช้ในสำนักงานอัตโนมัติ มี เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีโทรคมนาคม เทคโนโลยีสำนักงาน เทคโนโลยีภาพกราฟิก ระบบอินเทอร์เน็ต และส่วนพัฒนาการของสำนักงานอัตโนมัติ อดีตสำนักงานมีการทำงานที่ยุ่งยาก ข้อมูลอยู่ในรูปเอกสาร เอกสารมาก ปัจจุบัน มีการเชื่อมต่อของเครือข่าย ข้อมูลจัดเก็บแบบฐานข้อมูลและเอกสารบ้าง อนาคต ไม่มีเอกสารข้อมูลจัดเก็บเป็นฐานข้อมูล การเชื่อมต่อมากขึ้น การทำงานของสำนักงานง่ายไม่ยุ่งยาก
http://atorm.multiply.com/journal/item/2
http://atorm.multiply.com/journal/item/2
ประโยชน์ของOA
ประโยชน์ของสำนักงานอัตโนมัติ
วัตถุประสงค์ของการจัดสำนักงานอัตโนมัติคือ การจัดเตรียมอุปกรณ์เพื่อที่จะช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงานในการรวบรวมข้อมูลวิเคราะห์หาวิธีการแก้ปัญหาที่เป็นไปได้และเผยแพร่ข้อมูลให้ผู้อื่นทราบ วัตถุประสงค์การนำสำนักงานอัตโนมัติมาใช้คือ
1. ต้องการความสะดวก
2. ต้องการสั่งผ่านสารสนเทศอย่างต่อเนื่อง
3. เพื่อลดปริมาณคนงาน และปริมาณงานด้านเอกสาร
4. ต้องการความยืดหยุ่น
5. เพื่อที่จะสามารถขยายงานต่อไปได้ในอนาคตข้อดีของสำนักงานอัตโนมัติ
6. ได้ข้อมูลรวดเร็วทันทีกับความต้องการ
http://learners.in.th/blog/oa-it/191973
วัตถุประสงค์ของการจัดสำนักงานอัตโนมัติคือ การจัดเตรียมอุปกรณ์เพื่อที่จะช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงานในการรวบรวมข้อมูลวิเคราะห์หาวิธีการแก้ปัญหาที่เป็นไปได้และเผยแพร่ข้อมูลให้ผู้อื่นทราบ วัตถุประสงค์การนำสำนักงานอัตโนมัติมาใช้คือ
1. ต้องการความสะดวก
2. ต้องการสั่งผ่านสารสนเทศอย่างต่อเนื่อง
3. เพื่อลดปริมาณคนงาน และปริมาณงานด้านเอกสาร
4. ต้องการความยืดหยุ่น
5. เพื่อที่จะสามารถขยายงานต่อไปได้ในอนาคตข้อดีของสำนักงานอัตโนมัติ
6. ได้ข้อมูลรวดเร็วทันทีกับความต้องการ
http://learners.in.th/blog/oa-it/191973
วันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
ความหมายของ OA
ย่อมาจาก office automation แปลว่า การอัตโนมัติสำนักงาน, สำนักงานอัตโนมัติ หมายถึง การใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ภายในสำนักงาน เพื่อให้ดำเนินการไปโดยอัตโนมัติ หลีกเลี่ยงการปฏิบัติด้วยมือให้มากที่สุด เป็นต้นว่า การทำจดหมายเวียน (ข้อความในจดหมายเหมือน ๆ กัน แต่ส่งถึงชื่อคนหลายคน) ในกรณีนี้ หากใช้คอมพิวเตอร์ทำ ก็จะประหยัดเวลาได้มาก เพราะสามารถสั่งทีเดียวได้เลย ส่วนในความหมายของคำแปลที่ว่า "สำนักงานอัตโนมัติ" นั้น อธิบายง่าย ๆ ได้ว่า หมายถึง สำนักงานที่ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์นั่นเอง ( ในภาษาอังกฤษ บางทีใช้ automated office)
www.sanook.com
www.sanook.com
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)
