วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์



ประวัติของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์
สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีวงศ์มีนามเดิมว่า ช่วง บุนนาค เป็นบุตรชายคนใหญ่ของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ (ดิศ บุนนาค) กับท่านผู้หญิงจันทร์ เกิดเมื่อปีมะโรง วันศุกร์ เดือนยี่ ขึ้น ๗ ค่ำ ตรงกับวันที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๓๕๑ มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน ๙ คน
แต่ในสุดเหลือท่านกับน้องอีก ๔ คน คือ เจ้าคุณหญิงแข เจ้าคุณหญิงปุก เจ้าคุณหญิงหรุ่น และพระยามนตรีสุริยวงศ์ (ชุ่ม) เท่านั้นที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่มาด้วยกัน
ตอนเยาว์วัยเด็กชายช่วง บุนนาค ได้รับการศึกษาจากวัดพอประมาณ ไม่ได้เล่าเรียนอักขรสมัยอย่างลึกซึ้ง แต่ได้อ่านและเรียนตำราต่างๆ จากสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ ซึ่งมีตำแหน่งเป็นที่เสนาบดีกลาโหมและเสนาบดีกระทรวงต่างประเทศหรือกรมท่า ทำให้ได้ทราบเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับการเมืองมากขึ้น มีความเฉลียวฉลาด ปฏิภาณไหวพริบทวีขึ้นเป็นลำดับ โดยเฉพาะในกระบวนการเมืองและการติดต่อกับต่างประเทศ และภายหลังที่รับราชการในกรมมหาดเล็ก ก็ศึกษาภาษาอังกฤษและวิชาช่างจากมิชชันนารี จนสามารถต่อเรือรบ (เรือกำปั่น) ใช้ในราชการได้
นายช่วง บุนนาค ได้ถูกบิดานำเข้าถวายตัวเป็นมหาดเล็กในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่ออายุราว ๑๖ ปี ครั้นถึงแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เป็นนายไชยขรรค์ มหาดเล็กหุ้มแพร นายไชยขรรค์เป็นที่โปรดปรานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๓ ต่อมาได้โปรดเลื่อนนายไชยขรรค์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรมหาดเล็ก ซึ่งเรียกกันทั่วไปว่า หลวงนายสิทธิ์
หลวงสิทธิ์นายเวรรับราชการมีความดีความชอบมาก จึงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์ขึ้นโดยลำดับ คือ ใน พ.ศ. ๒๓๘๔ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้า ฯ เลื่อนหลวงสิทธิ์นายเวรขึ้นเป็นจมื่นไวยวรนาถหัวหมื่นหมาดเล็ก และในตอนปลายแผ่นดินรัชกาลที่ ๓ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้า ฯ เลื่อนบรรดาศักดิ์ขึ้นเป็นพระยาศรีสุริยวงศ์ จางวางมหาดเล็กใน พ.ศ. ๒๓๙๓
ต่อมาในแผ่นดินรัชกาลที่ ๔ พระยาศรีสุริยวงศ์ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ว่าที่สมุหพระกลาโหม กับโปรดให้สร้างตราศรพระขรรค์พระราชทานสำหรับเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ขณะที่มีอายุได้ ๔๓ ปี นับเป็นข้าราชการที่มีอายุน้อยที่สุดในตำแหน่งสมุหพระกลาโหม

วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

AVATAR



เจค อดีตนาวิกโยธินหนุ่มที่เป็นอัมพาตครึ่งตัว ที่ถูกเรียกมาปฎิบัติหน้าที่ในภารกิจพิเศษที่จะต้องเปลี่ยนร่างกายของเขา (อวตาร) ให้กลายเป็นชาวมนุษย์ต่างดาวที่อาศัยอยู่ที่ดาวแพนดอร่า โดยเจค ต้องเข้าไปสอดแนมในกลุ่มของนาวี เพื่อนำทางให้มนุษย์เข้าไปตักตวงแร่อันมีค่าของที่นั่น แต่ยิ่งเจค ได้สัมผัสชีวิตบนดาว แพนดอร่า มากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งหลงใหลในความงามของที่นี่มากขึ้นเท่านั้น ท้ายที่สุดเขาต้องเลือกระหว่างภารกิจที่เขาได้รับมอบหมายจากโลกและความรักความผูกพันที่มีต่อชาวนาวี ในสงครามที่มีอนาคตของโลกมนุษย์เป็นเดิมพัน

วันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

เมืองทองฯ ยูไนเต็ด

เมืองทองฯ ยูไนเต็ด
ผลงานฤดูกาลที่ผ่านมา แชมป์ดิวิชั่น 1 อันดับ 1 แข่ง 30 นัด ชนะ 19 เสมอ 8 แพ้ 3 ประตูได้ 58 ประตูเสีย 17 มีแต้ม 65 สนามเหย้า สนามธันเดอร์โดม ภายในเมืองทองธานี ทีมงาน ประธานสโมสร ระวิ โหลทอง,ผู้อำนวยการสโมสร เฉลิมชัย มหากิจศิริ,ผู้จัดการทั่วไป รณฤทธิ์ ซื่อวาจา,ผู้จัดการทีม โรเบิร์ต โปรคูเร่อร์,ผู้ฝึกสอน อรรถพล บุษปาคม,ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน จักรกริช ทับแว่ว,โค้ชประตู เฉลิมพล พรหมศรีโรจน์,นักกายภาพบำบัด ฟลาบิโอ,นักวิทยาศาสตร์การกีฬา พรชลิต การุรักษ์พงศ์,หมอนวดประจำทีม รัญญาวรรณ บำรุงคณารัตน์ ชุดแข่งขัน อาดิดาส ชุดเหย้า สีแดง-ดำ กางเกงดำ ถุงเท้าดำ ชุดเยือน เสื้อสีขาว กางเกงดำ ถุงเท้าขาว โลโก้สโมสร ตรากิเลนคู่ หันหน้าเข้าหากัน มีลูกฟุตบอลอยู่ตรงกลาง ฉายาสโมสร กิเลนผยอง เวบไซด์สโมสร www.mtutd.tv ชื่อที่ใช้ในการจดทะเบียน- บริษัทเมืองทอง ยูไนเต็ด จำกัด สปอนเซอร์ทีม - ยามาฮ่า,เนสกาแฟ,อาดิดาส สถานที่ติดต่อ - อาคารธันเดอร์โดม เมืองทองธานี ปากเกร็ด จ.นนทบุรี สนามแข่งขัน : สนามธันเดอร์โดม เมืองทองธานี เกียรติประวัติของทีม :
ชื่อที่ใช้ขึ้นทะเบียนไว้กับสมาคมฟุตบอลคือ ร.ร.หนองจอกพิทยานุสรณ์ ซึ่งก่อตั้งหลังร.ร.ศาสนวิทยา ( บีอีซีเทโรศาสน ) เพียง 3 ปี เวลาผ่านไปทีมถูกเปลี่ยนชื่อไปเป็นทีม "ไข่มุกดำหนองจอก" โดยมี วีระ มุสิกพงษ์ เข้าไปบริหารทีมจากนั้นก็เปลี่ยนมาเป็นชื่อ เมืองทองหนองจอกยูไนเต็ด ในการเล่นลีกดิวิชั่น 2 ซึ่งก่อนหน้านี้ทีมค้างเติ่งอยู่ในถ้วย ข. มานาน
เมืองทองฯคว้าแชมป์ลีกด. 2 ตีตั๋วขึ้นมาเล่นไทยลีกฤดูกาลที่แล้วได้และก็ประกาศักดาคว้าแชมป์ได้ 2 ดิวิชั่นติดต่อกันด้วยการเป็นทีมแชมป์ลีกดิวิชั่น 1 ประจำปี พ.ศ. 2551 คว้าสิทธิขึ้นมาเล่นในศึกไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก 2009 หรือไทยลีกครั้งที่ 13 ได้สำเร็จและถูกจับตามองว่าเป็นทีมที่น่าจะมีโอกาสลุ้นแชมป์ได้มีการเสริมทัพด้วยการดึงนักเตะเกรดเอฝีเท้าดีหลายๆรายไปร่วมทัพด้วย
ผลงานของทีมเมืองทองหนองจอกยูไนเต็ด ชนะเลิศฟุตบอลลีกดิวิชั่น 1 ปี พ.ศ. 2550 , ชนะเลิศฟุตบอลลีกดิวิชั่น 1 ปีพ.ศ. 2551 ลองสือค้นมารายชื่อนักเตะทีมเมืองทอง หนองจอก ชุดสู้ไทยลีก 2009 ชื่อ ตำแหน่ง1.กวิน ธรรมสัจจานันท์ ผู้รักษาประตู2.ทะนงศักดิ์ พันภิพัฒน์ ผู้รักษาประตู3.Dango Siaka กองหลัง4.ปกาศิต แสนสุข กองหลัง5.นวพล ตัณตะเสนีย์ กองหลัง6.เจษฏา จิตสวัสดิ์ กองหลัง7.ณัฐพร พันธ์ฤทธิ์ กองหลัง8.วิศรุต พันนาสี กองหลัง9.โชคชัย ชูไชย กองหลัง10.ปิยะชาติ ถามะพันธ์ กองกลาง11.Soumahoro Yaya กองกลาง12.Moussa Sylla กองกลาง13.สาลาฮูดิน อาแว กองกลาง14.พิเชษฐ์ อินทร์บาง กองกลาง,หน้า15.ศราวุธ สินธุปัน กองกลาง16.หัตฐพร สุวรรณ กองกลาง17.พิชิตพงษ์ เฉยฉิว กองกลาง18.ธนพัต ณ ท่าเรือ กองกลาง19.ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้า20.Diouf Bireme กองหน้า21.สุริยา ดอมไธสง กองหน้า22.ชยานันท์ ป้อมบุปผา กองหน้า23.Mouhmad Moustapha กองหน้า24.อนุสรณ์ ศรีชาหลวง กองหน้า

วันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2553

MAN U



ชื่อสโมสร: แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ปีที่ก่อตั้ง: 1878 ฉายา: ปีศาจแดง

ที่อยู่: Sir Matt Busby Way, Old Trafford, Manchester M16 0RA

สนาม: โอลด์ แทรฟฟอร์ด ความจุสนาม: 67,000 คน

เบอร์ โทรศัพท์: 0161-872-1661 แฟ็กซ์: 0161-876-5502 ประธานสโมสร: เดวิด กิลล์

ผู้จัดการทีม: เซอร์ อเล็กซ์เฟอกูสัน ผู้ช่วย ผู้จัดการทีม:คารอช เครอช
ประวัติทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด น่าจะเป็นสโมสรฟุตบอลในประเทศอังกฤษที่มีชื่อเสียงเกรียงไกรและโด่งดังไปทั่วโลก ที่ได้ก่อตั้งมาในปี 1878 (พ.ศ. 2421) โดยใช้ชื่อทีมว่า"นิวตัน อีธ" พร้อมกับการเลื่อนขึ้นสู่ระดับการแข่งขันในดิวิชั่น 1 ในปี 1892 (พ.ศ.2435) และก่อนปีที่จะเกิดสงครามโลกครั้งแรก เคยนำแชมป์เบี้ยนชิพลีก มาสู่ถิ่นโอลด์แทร๊ฟฟอร์ด ถึง 2 ครั้ง ขณะเดียวก็ยังชนะเลิศแชมป์เอฟ เอ คัพ อีก 1 ครั้ง หลังจากนั้นเป็นต้นมาประมาณว่าสลครามโลกครั้งที่ 2 ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ดูจะยิ่งห่างเหินพอสมควร ซึ่งอยุ่ภายใต้การควบคุมทีมของผู้จัดการที่มีความแตกต่างกันถึงสองคน โดยคนแรกที่ก้าวเข้ามาควบคุมทีม คือ เซอร์ แม๊ต บัสบี้ โดยทำหน้าที่ในปี 1945 และสามารถนำพาทีมเป็นแชมป์เบี้ยนลีก ได้ถึง 5 ครั้ง พร้อมกับชนะเลิศเอฟ เอ คัพ อีก 2 ครั้ง หลังจากเกิดโศกนาฏกรรม กับทีมเยาวชนสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด หรือที่รู้จักกันในชื่อทีม"บัสบี้ เบ็บส์" เมื่อปี 1958 เครื่องบินตกที่เมืองมิวนิค ขณะเดินทางกลับจากการแข่งขันยูโรเปี้ยน คัพ ที่กรุงเบลเกรด เมืองหลวงของยูฌกสลาเวีย เป็นเวลาที่เนิ่นนานมานับ 10 ปี ที่ทีมห่างเหินจากการเป็นแชมป์ในรายการใดๆจนกระทั่งสองผู้ยิ่งใหญ่ในการเล่นฟุตบอลโคจรมาพบกัน และรวมพลังสร้างทีมขึ้นมาอีกครั้ง ที่บ๊อบบี้ ชาร์ตัน และ จอร์จ เบสต์ ทำให้ทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด กลายเป็นทีมฟุตบอลทีมแรกของประเทศอังกฤษที่สามารถครองแชมป์ยูโรเปี้ยนคัพ โดยเอาชนะทีมเบนฟิก้า ได้ถึง 4 ประตูต่อ 1ในรอบชิงชนะเลิศ หลังจากนั้นต่อมาก็ได้ผู้จัดการทีมที่ดูว่าน่าจะสร้างสีสันและความหรูหราให้แก่ทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ต่อไปได้ เช่น ทอมมี่ ด๊อดเคอร์ตี้ และ รอน แอ๊คกินสัน พยายามที่จะทำให้เป็นเหมือนอดีตที่ผ่านมา แต่ว่าไม่สามารถนำแชมป์รายการใดๆมาได้เลย พอถึงปี1902 แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ก็สามารถล้มฉลามขาวอย่างทีมลีดส์ ยูไนเต็ด ในรายการประจำพรีเมียร์ลีก โดยการครองแชมป์ที่ต้องเดินทางมาไกลแสนไกลโดยใช้เวลาทั้งสิ้น 26 ปีที่ว่างเว้นกับการเป็นแชมป์พรีเมียร์ชิพ หลังจากนั้นความยิ่งใหญ่อหังการก็ติดตามมาอย่างต่อเนื่อง เมื่อเอาชนะทีมเชลชี ถึง 4 ประตู ต่อ 0 ในการแข่งขัน เอฟ เอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ ดูเหมือนว่าจะเป็นเพียงทีมเดียวที่ได้สัมผัสและพบกับคำว่า " Double Double " เท่านั้นยังไม่พอ ในฤดูกาล 1998-1999 สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นติดตามมา จากคำว่า Double มาเป็น Tripble
เกียรติประวัติสโมสร
แชมป์ดิวิชั่น 1(เดิม) : 1908,1911,1952,1956,1957,1965,1967 แชมปื พรีเมียร์ ชิพ : 1963,1994,1996,1997,1999,2000,2001, แชมป์เอฟ เอ คัพ :1909,1948,1963,1977,1963,1985, 1990,1994,1996,1999,2002 แชมป์ ลีก คัพ : 1992 แชมป์ ยูโรเปี้ยนคัพ:1968,1999 แชมป ยูโรเปี้ยน ซุปเปอร์ คัพ:1991 แชมป์โตโยต้า คัพ : 1999

วันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2553

แมวเหมียว



แมว มีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ว่า Felis Catus นักชีววิทยาค้นพบว่า บรรพบุรุษของแมวถือกำเนิดขึ้นกว่า 50 ล้านปีมาแล้ว เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และกินเนื้อเป็นอาหาร เรียกว่า Miacis และได้วิวัฒนาการขั้นมาจนเริ่มมีลักษณะคล้ายแมวเมื่อ 10 ล้านปีก่อน มีขนาดและรูปร่างใกล้เคียงกับแมวป่าที่มีเขี้ยวขนาดใหญ่ เรียกว่า Dinistis
ต้นตระกูลของแมวบ้าน
ต้นตระกูลของแมวบ้านจริงๆนั้น แยกออกมาจากตระกูลของ เสือไซบีเรียน และแมวพื้นเมืองต่างๆ ในปัจจุบันสายพันธุ์แมวถูกรวบรวมไว้ถึง 36ตระกูล 51ชนิด (รวมทั้งสิงโตและเสือต่างๆด้วย) ต่อมาถึงยุคอียิปต์โบราณ ประมาณ 4,000กว่าปีก่อน พวกชาวนาได้นำแมวป่า (แมวพื้นเมืองของอียิปต์)มาฝึกให้เชื่อง เพื่อใช้จับหนูในโรงนาและเมื่อหนูในโรงนาหมดไป ก้อทำให้ผลิตผลและพืชพันธุ์มีความเสียหายน้อยลง ประชาชนก็มีอาหารอุดมสมบูรณ์ขึ้น และไม่มีโรคภัยที่เกิดจากหนูอีกด้วยชาวอียิปต์จึงนับถือแมวเป็นสัตว์เทพเจ้า ชาวอียิปต์นับถือเทพเจ้า "Bastet"(เทวีบัสเตต) ซึ่งมีตัวเป็นคน แต่มีหัวเป็นแมว เป็นเทพเจ้าแห่งความรัก และความอุดมสมบูรณ์ นอกจากชาวอียิปต์จะใช้แมวจับหนูในโรงนาแล้ว ยังใช้แมวจับหนูบนเรือสินค้าอีกด้วย ตรงจุดนี้ เลยเกิดความเชื่อว่า เมื่อเรือเทียบท่า แมวก็ลงจากเรือ แต่ไม่ได้กลับขึ้นเรือจึงทำให้แมวขนาดพันธุ์ไปทั่วโลก

ความเชื่อเรื่องแมวตั้งแต่ยุคเก่า
ชาวอียิปต์โบราณนั้นนับถือแมวถึงขนาดแมวในบ้านตาย ยังต้องนำไปทำมัมมี่เลย ซึ่งมัมมี่คนจะทำเฉพาะราชวงศ์และขุนนางเท่านั้น (มัมมี่แมวสามารถหาดูได้ที่พิพิธภัณฑ์ในประเทศอังกฤษ)ในเมื่อแมวเป็นสัตว์เทพเจ้าของอียิปต์โบราณ จึงมีกฎ หากใครฆ่าแมว จะต้องถูกลงโทษอย่างหนัก พวกที่ต้องการยึดครองอาณาจักรอียิปต์โบราณ จึงใช้วิธีชั่วร้าย "อุ้มแมวไปรบ"แล้วพวกทหารอียิปต์จะสู้ได้อย่างไร แต่ถึงอียิปต์โบราณจะล่มสลายไปแล้ว ชาวอียิปต์ในสมัยก่อนยังนับถือบูชาแมวเหมือนเดิม ขนาดชาวโรมันบางคนฆ่าแมวยังถูกพวกอียิปต์ลงโทษเลย
ต่อมาเข้าสู่ยุคกลางในยุโรป มีความเชื่อเรื่องแม่มด และความชั่วร้ายต่างๆ ชาวยุโรปในยุคนี้กล่าวหาว่า แมวเป็นสัตว์เลี้ยงของแม่มด (โดยเฉพาะแมวดำ) ดังนั้นใครเลี้ยงแมว จะถูกประณามว่าเป็นแม่มดร้าย ยิ่งเป็นคนแก่เลี้ยงแมวยิ่งแล้วใหญ่ พวกนี้มักจะโดนเผาทั้งเป็น ทั้งคนและแมว ดังนั้นเมื่อแมวน้อยลง จึงทำให้มีหนูมากขึ้น ทำให้กาฬโรคระบาดหนักในยุโรปช่วงนั้น
แถบเอเชียอย่างญี่ปุ่นกับจีน เริ่มเลี้ยงแมวกันมากขึ้นจากเดิมที่เคยเลี้ยงอยู่แล้ว และที่ญี่ปุ่นก็ยังใช้แมวเป็นสัญลักษณ์นำโชคอีกด้วย จะเห็นได้จาก "แมวกวัก" ที่ใช้กันตามร้านค้า จะใช้กวักลูกค้า หรือกวักเงินก็แล้วแต่ท่าทางของแมวตัวนั้น และที่จีนก็เชื่อว่า แมวเป็นสัตว์นำโชค เพราะว่าแมวจะเข้ามาอยู่ในบ้าน ก็ต่อเมื่อมันพอใจที่จะอยู่เท่านั้น เมื่อมันเข้ามาอยู่แล้วเจ้าของบ้าน มักจะมีโชคลาภมา

การเริ่มเลี้ยงแมวในประเทศไทย
ในประเทศไทยก็เริ่มมีการเลี้ยงแมวมา ตั้งแต่สมัยสุโขทัย เลี้ยงไว้เพื่อใช้จับหนูเหมือนกับชาวอียิปต์ จนมีตำราแมวให้คุณ-ให้โทษ แมวไทยคู่แรกที่ออกจากประเทศไทยไปสู่สายตาชาวโลก ถูกนำออกไปโดย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประราชทานให้กับ Mr.Owen Gould กงศุลอังกฤษประจำกรุงเทพมหานคร เมื่อปี พ.ศ.2427 ซึ่งได้นำแมวคู่นี้ไปที่อังกฤษ แมวไทยคู่นี้เป็นแมววิเชียรมาศแต้มสีครั่ง และในปี พ.ศ.2428 แมวไทยคู่นี้ถูกส่งเข้าประกวดในงานแมว ณ ประเทศอังกฤษ ผลการประกวด ปรากฏว่า แมวไทยคู่นี้ชนะเลิศในการประกวด ทำให้ชาวอังกฤษนิยมเลี้ยงแมวไทยมากขึ้น และได้จัดตั้ง The Siamese Cat Clubs ขึ้นในปีพ.ศ.2443 และ The Siamese Cat Society of the British Empire ขึ้นในปี พ.ศ.2471 หลังจากที่แมวไทยคู่นี้ได้ทำเชื่อเสียง ในอังกฤษ ร.5 ทรงเห็นว่า แมวไทยเป็นสัญลักษณ์ ที่สามารถทำให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักของประเทศทั่วโลก จึงได้พระราชทานแมวไทย ให้กับประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศทำให้แมวไทย และประเทศไทยมีชื่อเสียงไปทั่วโลกเลยทีเดียว

วันพฤหัสบดีที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2553

ดูดวงปี 2553 ท่านที่เกิดปีขาล

ดูดวงปี 2553 ท่านที่เกิดปีขาล

ท่านที่เกิดปีขาลรอบอายุ 84 ปี (พ.ศ.2469)และรอบอายุ 24 ปี (พ.ศ.2529)
ดวงชะตาโดยรวม
สำหรับ เจ้าชะตาอาวุโสรอบอายุ 84 ปี ในปี 2553 นี้ สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การดูแลสุขภาพตัวเองทั้งสุขภาพกายและใจ ด้านสุขภาพกาย ที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ คือ เรื่องอาหารการกิน และต้องหมั่นออกกำลังกายบ้าง พบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพเป็นระยะๆ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ส่วนสุขภาพใจต้องอย่าให้เครียด ปล่อยวางเรื่องลูกหลานให้เค้าจัดการกันเอง เรามีหน้าที่ให้ศีลให้พรลูกหลาน เท่านั้นพอ นอกจากนี้ควรหมั่นทำบุญสร้างกุศล แค่นี้ก็จะเป็นสุขในปีนี้แล้ว
สำหรับเจ้าชะตาหนุ่มสาว รอบอายุ 24 ปี เนื่องจากตกอยู่ในปีชงปีหนึ่ง จึงส่งผลให้ทุกกิจกรรม การงานติดขัดไม่ราบรื่น ก่อนจะทำการใดๆ ต้องคิดให้รอบคอบเสียก่อน สิ่งที่ไม่ถูกต้องอย่าทำเป็นอันขาด ระวังอย่าหลงเชื่อเพื่อนฝูงที่ชักชวนไปลงทุนทำสิ่งที่หมิ่นเหม่ต่อกฎหมาย อาจพลาดพลั้งได้ นอกจากจะสูญเงินลงทุนแล้ว ยังต้องรับผิดทางคดีอาญาด้วย และระหว่างทำงาน หรือเดินทางในปีนี้อย่าประมาท มีเกณฑ์ประสบอุบัติเหตุ ต้องระวังไว้เสมอ
ด้านการงาน แม้ท่านจะตกในปีชง แต่เนื่องจากมีดาวมงคลสุข วาสนาและดาวปัญญาช่วยเหลือ จะช่วยให้สมหวัง ดังนั้นปีนี้สำหรับเจ้าชะตาที่ศึกษาอยู่จะมีผลการเรียนที่ดี ส่วนเจ้าชะตาที่ทำงานก็จะมีผลงานโดดเด่น ขอเพียงท่านรักษาความตั้งใจและขยันหมั่นเพียรก็จะมีผลสำเร็จที่งดงามตามมา นอกจากนี้ท่านจะได้รับการสนับสนุนจากผู้บังคับบัญชาและญาติสนิทมิตรสหาย ฉะนั้นในเรื่องการงานปีนี้ท่านจะมีโอกาสที่สดใสมาก โดยเฉพาะช่วง12 มิ.ย. – 11 ก.ค. / ช่วง12 ก.ค. – 9 ส.ค. และช่วง 4 ม.ค. – 2 ก.พ. 2554 แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือ การหลงลืมตนขาดสัมมาคารวะ การทระนงจนเกินไปอันจะก่อภัยให้ตัวเอง โดยเฉพาะช่วง 14 ก.พ. – 15 มี.ค. / ช่วง 14 เม.ย. – 13 พ.ค. / ช่วง 10 ส.ค. – 7 ก.ย. และช่วง 6 พ.ย. – 5 ธ.ค.53
นอกจากนี้การทำสัญญา รับจ้างงาน ก็ควรระวังอย่าเห็นแก่ได้เพราะอาจต้องทุกข์ร้อนใจ เรื่องการร่วมงานและการลงทุนในปีนี้ควรปรึกษาผู้ใหญ่ จะช่วยลดความเสี่ยงทั้งในเรื่องทรัพย์สินและการรับผิดทางกฎหมาย โดยเฉพาะในช่วง 14 พ.ค. – 11 มิ.ย./ ช่วง12 ก.ค. – 9 ส.ค./ ช่วง 6 พ.ย. – 5 ธ.ค. และช่วง 6 ธ.ค. 2553 – 3 ม.ค. 2554 ที่อาจจะถูกหลอกและเสียรู้คนอื่น การร่วมงานหรือลงทุนในช่วงเวลาดังกล่าว หากเลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยงเสีย
ด้านโชคลาภ ปี นี้การเงินไม่นิ่ง รายรับจากเงินเดือนหรือยอดขายสินค้าและบริการจะมีรายรับปานกลาง แต่เงินจากลาภลอยจะเสียมากกว่าได้ ดังนั้นอย่าโลภมาก อาจจะเป็นเหตุให้สภาพคล่องพบวิกฤต โดยเฉพาะช่วง 14 ก.พ. – 15 มี.ค. / 14 พ.ค. – 11 มิ.ย. / 12 ก.ค. – 9 ส.ค. / 10 ส.ค. – 7 ก.ย. / และช่วง 6 พ.ย. – 5 ธ.ค.53 ที่ห้ามเล่นการพนันเสี่ยงโชค อีกทั้งห้ามเข้าไปเกี่ยวข้องกับธุรกิจที่หมิ่นเหม่ต่อการผิดกฎหมาย การใช้จ่ายก็ควรประหยัด จะมีส่วนช่วยให้มีสภาพคล่องหลงเหลือไว้ใช้ในเรื่องจำเป็น ส่วนเดือนที่ชะตาเรื่องเงินทองของท่านจะราบรื่นดีขึ้นคือ ช่วง 14 เม.ย. – 13 พ.ค. / 12 มิ.ย. – 11 ก.ค. / 8 ก.ย. – 7 ต.ค. / 8 ต.ค. – 5 พ.ย. และช่วง 6 ธ.ค. 2553 – 3 ม.ค. 2554
ด้านครอบครัว
ดวงครอบครัวไม่ ราบรื่น ท่านต้องระวังเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง ทั้งปัญหาเรื่องความปลอดภัยจากเครื่องมือเครื่องใช้จากไฟฟ้า และแก๊ส อีกทั้งปัญหาสุขภาพของผู้สูงอายุ โดยเฉพาะช่วง 14 ก.พ. – 15 มี.ค. / 14 พ.ค. – 11 มิ.ย. / 10 ส.ค. – 7 ก.ย. และช่วง 6 พ.ย. – 5 ธ.ค.53 ที่ท่านควรระวังอุบัติเหตุ หมั่นตรวจตราอุปกรณ์ต่างๆให้อยู่ในสภาพดี นอกจากนี้ต้องระวังทรัพย์สินมีค่าสูญหาย หรือขโมยขึ้นบ้าน
ด้านความรัก
ปีนี้มีดาวมงคลความ รักโคจรมาเยือน ส่งผลให้ความรักและชีวิตคู่จะสมชื่นหอมหวาน ท่านจะมีเสน่ห์เป็นพิเศษเป็นที่สนใจของเพศตรงข้าม คนรักหรือคู่ครองมักจะเอาใจใส่ใกล้ชิด หากยังโสดและท่านหวังจะเจอคนที่ถูกใจก็มีโอกาสเป็นไปได้ ซึ่งท่านต้องรู้จักใช้ความจริงใจเข้าทำคะแนน โดยเฉพาะช่วงเดือนที่ส่งเสริมท่าน ช่วง 14 ก.พ. – 15 มี.ค. / ช่วง 12 มิ.ย. – 11 ก.ค. / ช่วง 8 ต.ค. – 5 พ.ย. แต่หากเข้าช่วง 14 เม.ย. – 13 พ.ค. / 10 ส.ค. – 7 ก.ย. และช่วง 6 ธ.ค. 2553 – 3 ม.ค. 2554 ระวังห้ามยุ่งเกี่ยวเรื่องความรักคนอื่น และระวังการไปเที่ยวสถานบันเทิงเริงรมย์ จะทำให้ได้รับความเดือดร้อน และโรคภัยกลับมา
ด้านสุขภาพ
ปีนี้คนหนุ่ม สาวควรระวังทั้งเหล้า บุหรี่ หรือสิ่งเสพติดอื่นจะนำความเดือดร้อนและปัญหามาให้ นอกจากนี้ท่านมีเกณฑ์จะได้รับบาดเจ็บจากการทำงานกับเครื่องมือ - เครื่องจักรรวมถึงการใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะช่วง 14 พ.ค. – 11 มิ.ย. / 12 ก.ค. – 9 ส.ค. / 10 ส.ค. – 7 ก.ย. / 6 พ.ย. – 5 ธ.ค. และ ช่วง 6 ธ.ค. 2553 – 3 ม.ค. 2554 สำหรับท่านอาวุโสปีนี้ต้องเข้มงวดเรื่องดูแลเอาใจใส่ตัวเองให้มากขึ้น อาหารการกินต้องดูแลให้ถูกสุขอนามัย ยาที่หมอสั่งควรรับประทานให้ตรงเวลา พักผ่อนให้เพียงพอ และพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพเป็นระยะๆ

คำอวยพร

คำอวยพรวันปีใหม่ ทั้งไทย และ คําอวยพรปีใหม่ภาษาอังกฤษ www.siam55.com นำคำอวยพรวันปีใหม่ มาฝาก นี่ก็ใกล้ วันปีใหม่เข้ามาแล้ว สำหรับใครที่ต้องการอวยพรใคร ก็เอา คำอวยพรเหล่านี้ไปใช้ได้เลย
Greetings of the New Year. Wishing you all success in the next.
สวัสดีปีใหม่ขออวยพรให้ท่านจงประสบความสำเร็จในทุกๆสิ่งในปีใหม่นี้
A toast to the New Year. May all your resolutions become completed projects.
ดื่มอวยพรฉลองปีใหม่ ขออวยพรให้สิ่งที่ท่านตั้งใจไว้จงสมหวัง
Happy New Year! Thinking of you as we begin anew.
สวัสดีปีใหม่คิดถึงคุณในปีใหม่นี้
We wish you a holiday season that is filled with wonder and delight!
เราขออวยพรให้เทศกาลวันหยุดของคุณเติมเต็มไปด้วยสิ่งมหัศจรรย์และความเบิกบานใจ
A hope for one world family. From ours to yours.
ปรารถนาให้โลกมีสันติ สำหรับครอบครัวคุณ ...จากเรา
One of my favorite gifts is hearing from you. Greetings of the season to you and yours.
ของขวัญลํ้าค่าคือการทราบข่าวคราวจากคุณเทศกาลแห่งอวยพรนี้จงเป็นของคุณและครอบครัว
Season's greetings. Our best to you during the holidays.
เทศกาลส่งความสุขนี้ขอส่งความปรารถนาดีจากเราถึงคุณ
Happy holidays! Wishing you all the joys of the season.Happy holidays!
ขออวยพรให้คุณมีความปีติยินดีตลอดทั้งปี
HAPPY HOLIDAYS! Have a joyous Christmas and a festive New Year!Happy holidays!
ขอให้มีความปีติยินดีในวันคริสต์มาสและรื่นเริงในวันปีใหม่
Merry Christmas and Happy New Year. Hope the season finds you in good cheer.Merry Christmas and Happy New Year
ขออวยพรให้ท่านได้พบแต่สิ่งที่ดีๆ
Christmas Greetings Wishing you a prosperous New Year!Christmas Greetings
ขออวยพรให้ท่านจงเจริญรุ่งเรืองเฟื่องฟูตลอดปีใหม่
Season's Greetings-- May love and laughter fill your life at Christmas and throughout the New Year.
เทศกาลแห่งการอวยพร ขออวยพรให้ความรัก และเสียงหัวเราะเติมเต็มชีวิตของคุณในวันคริสต์มาสตลอดไปถึงวันปีใหม่
Christmas Cold weather and warm feelings
คริสต์มาสอากาศที่เหน็บหนาวและความรู้ที่อบอุ่น
My wishes for Christmas: 1. Joy to the world 2. Good will toward men 3. Pizza on Earth!
สิ่งที่ฉันปรารถนาในวันคริสต์มาสนี้ 1. คนทั่วโลกมีความสุข 2. ผู้คนอยู่กันอย่างสันติ 3.มีพิชซ่าให้กิน (โจ๊ก)

กลอนปีใหม่

กลอนปีใหม่ คําอวยพรปีใหม่ คำอวยพรปีใหม่ กลอนวันปีใหม่ คําอวยพรวันปีใหม่ 2553 2009
ขอลาที ปีเก่า แสนเศร้าโศก
ความอับโชค ที่มา กับราศี
อีกโพยภัย ไข้ทำ ประจำมี
ในชีวี จงสลาย มลายพลัน

สวัสดี ปีใหม่ ขอให้สุข
หมดสิ้นทุกข์ กายจิต มิผิดผัน
อายุมั่น ขวัญยืน สี่หมื่นวัน
มีผิวพรรณ ผ่องนวล เย้ายวนชม

ปรารถนา เงินทอง กองท่วมฟ้า
ทำการค้า ร่ำรวย ไปสวยสม
มียศศักดิ์ รักใคร ใคร่ภิรมย์
ขอให้กลม เกลียวกัน และมั่นคง

ถ้าผู้ใด ใจว่าง เรื่องทางรัก
ให้พบพักตร์ กันที อย่ามีหลง
หากอกหัก หนักไป ครวญใคร่ปลง
ขอท่านจง โชคดี ทั้งปีเทอญ

วันปีใหม่

วันขึ้นปีใหม่ หรือ วันที่ ๑ มกราคมของทุกปี แต่เดิมประเทศไทยได้ถือเอา วันแรม ๑ ค่ำเดือนอ้าย เป็นวันขึ้นปีใหม่ ต่อมาได้เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่เป็นวันขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๕ ซึ่งตรงกับวันสงกรานต์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยูหัวจึงให้ถือเอาวันที่ ๑ เมษายนเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทยนับแต่นั้นมา เพื่อวันปีใหม่จะได้ตรงกันทุกปี ดังนั้นจึงถือเอาเดือนเมษายน เป็นเดือนแรกของปี เมื่อถึงปี พ.ศ. ๒๔๘๓ ในวันที่ ๒๔ ธันวาคม คณะรัฐบาลในสมัย จอมพล ป. พิบูลสงครามได้ประกาศให้ใช้ วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๔ เป็นวันขึ้นปีใหม่ตามสากลนิยมตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ซึ่งนิยมใช้วันที่ ๑ มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่ทั่วโลก
กิจกรรมต่างๆ ที่ควรปฏิบัติในวันขึ้นปีใหม่
๑. เก็บกวาดทำความสะอาด ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรือน
๒.ทำบุญตักบาตร กรวดนำอุทิศส่วนกุศลให้ญาติและผู้มีพระคุณที่ล่วงลับไปแล้ว
๓.ไปวัดเพื่อทำบุญ ถือศีล ปฏิบัติธรรม หรือฟังพระธรรมเทศนา ฯลฯ เพื่อให้จิตใจสดชื่นแจ่มใสเบิกบาน ในโอกาศวันขึ้นปีใหม่
๔.ตรวจสอบตัวเองเกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆ ที่ได้ทำมาตลอดปี ว่ามีความเจริญก้าวหน้าสำเร็จลุล่วงไปได้แค่ไหนหากมีคั่งค้างก็ต้องเร่งขวนขวายปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องของตน

ธรรมะวันปีใหม่

ควันหลงสงกรานต์ยังพอมีให้เห็นในบางจังหวัด ที่เล่นสาดน้ำสนุกสนานกันตลอดทั้งอาทิตย์ อุณหภูมิภายนอกที่ร้อนระอุกว่า ๔๐ องศา สายน้ำเย็นๆพอช่วยให้คลายร้อนลงได้บ้าง หากจะถามนักท่องเที่ยวที่เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาเมืองไทย น้อยคนนักที่จะตอบว่าไม่รู้จักวันสงกรานต์ ด้วยเป็นประเพณีสำคัญของไทยที่หนึ่งปีมีครั้งเดียวเท่านั้น ถือเป็นวันปีใหม่ไทยตามคติโบราณ ประวัติอันยาวนานทำให้ วันสงกรานต์ เป็นประเพณีที่มีเสน่ห์และสื่อถึงอารยธรรมรุ่งเรืองในอดีต
.....สมัยเด็กมีความสงสัยเหลือกำลังว่าทำไมวันสงกรานต์แบบไทยจึงเป็นวันที่ ๑๓ เมษายน ทำไมไม่เป็นวันที่ ๑ มกราคม อย่างธรรมเนียมฝรั่งเขา ด้วยความไม่รู้ประสาเด็กจึงเก็บงำความสงสัยนั้นเรื่อยมา จวบจนเติบโตได้ศึกษาความเป็นมาของวันนี้ จึงทำให้มีความเข้าใจและเพิ่มความภาคภูมิใจในวันปีใหม่ไทยมากขึ้น และคิดว่าหากใครได้ศึกษาคงมีความรู้สึกไม่ต่างกัน เพราะเนื่องในวันนี้ ไม่เพียงเป็นวันสำคัญตามประสาชาวโลกเท่านั้น แต่แม้นอกโลกไกลออกไปยังกลุ่มดาวต่างๆ ทั่วทั้งจักรวาล วันนี้ถือเป็นวันแห่งการเริ่มสิ่งใหม่เช่นกัน
.....คนโบราณจะนับวันเดือนปี โดยดูจากการโคจรของพระอาทิตย์และพระจันทร์ ถ้าพระอาทิตย์เรียกว่า สุริยคติ ถ้าพระจันทร์เรียกว่า จันทรคติ และวันสงกรานต์ซึ่งเป็นวันปีใหม่ไทย นับจากคติโบราณแบบสุริยคติ โดยการดูการโคจรของดวงอาทิตย์เป็นที่ตั้ง
.....คำว่า สงกรานต์ แปลว่า ย้าย หรือ เคลื่อนผ่าน ทั้งนี้หมายถึงการเดินทางของดวงอาทิตย์ตามจักรราศีกำลังย้ายสู่ราศีใหม่ หรือเคลื่อนผ่านเข้าสู่ราศีใหม่ ราศีคือกลุ่มดาวต่างๆ ๑๒ กลุ่ม มีการโคจรเป็นวงรี ในระบบสุริยจักรวาล ในแต่ละราศีทำมุมต่างกัน ๓๐ องศา จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหนึ่งเดือนจึงมี ๓๐ หรือ ๓๑ วัน ทั้งนี้เป็นไปตามจำนวนองศานั่นเอง
.....วันที่ ๑๓ เมษายน หรือวันปีใหม่ไทย เป็นวันที่กลุ่มดาวต่างๆโคจรเรื่อยมาจนครบหนึ่งรอบพอดี หรือทำมุม ๓๖๐ องศา การโคจรของดวงดาวมีผลกระทบต่อธรรมชาติบนผืนโลก วันที่ดวงดาวโคจรมาครบ ๓๖๐ องศานี้เช่นกัน มีการเปลี่ยนแปลงธรรมชาติครั้งสำคัญโดยเฉพาะทางอินเดียตอนเหนือ ฤดูหนาวหนาวจับใจ ธรรมชาติเหมือนตายจาก แต่พอเปลี่ยนฤดูเข้าสู่ฤดูใหม่ จะเปลี่ยนอย่างทันทีทันใด ไม่มีฤดูใบไม้ผลิเหมือนเมืองนอก จากฤดูหนาวเข้าสู่ฤดูวัสสานต์ หรือวัสสันตฤดู หรือหน้าร้อน ต้นไม้พันธ์ไม้ทั้งเมืองจะผลิใบเขียวชอุ่ม ดอกไม้แย้มบานสีสวยสดใส โดยเฉพาะช่อดอกมะม่วงบานสะพรั่ง ทั่วทั้งเมืองได้กลิ่นดอกมะม่วงหอมฟุ้งไปทั่ว ฤดูนี้จึงมีแต่ความรื่นรมย์ ชาวเมืองจึงตั้งวันสิริมงคลเช่นนี้ให้เป็น วันปีใหม่มาตั้งแต่โบราณ ตรงกับวันที่ ๑๓ เมษายน ของทุกปี วัฒนธรรมนี้ได้เข้าสู่เขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้ประเทศ พม่า ไทย ลาว กัมพูชา มีประเพณีสงกรานต์ในช่วงนี้เหมือนๆกัน
.....วันที่ ๑๓ เมษายน เรียกว่า วันต้น วันที่ ๑๔ เมษายน เรียกว่า วันเนา คำว่า เนา เป็นภาษาขอมโบราณ แปลว่า อยู่ ดังนั้น วันเนาจึงเป็นวันว่าง วันอยู่บ้าน เล่นสาดน้ำสนุกสนานครื้นเครง ส่วนวันสุดท้ายที่ ๑๕ เมษายน เรียกว่า วันเถลิงศก หรือวันมหาสงกรานต์
.....เริ่มต้นวันสงกรานต์วันปีใหม่ไทยด้วยความเป็นสิริมงคล ทำบุญตักบาตรแต่เช้า ปล่อยสัตว์ปล่อยปลา สรงน้ำพระพุทธรูป รดน้ำขอศีลขอพรญาติผู้ใหญ่
.....ประเพณีไทยส่วนใหญ่เกิดจากความชาญฉลาดของบุรพชนในอดีต ที่มีกุศโลบายสอนลูกสอนหลานให้ตั้งอยู่ในศีลธรรมอันดี ซึ่งได้รับการหล่อหลอมจากพระพุทธศาสนามานานเนิ่น มีธรรมะของพระบรมศาสดาเป็นหลักชัยในชีวิต ประเพณีสงกรานต์ ถือเป็นวันปีใหม่ไทยย่อมต้องเริ่มต้นด้วยสิริมงคล นั่นคือ การปฏิบัติบำรุงบิดามารดาหรือผู้ใหญ่ในตระกูล วันนี้จึงถือเป็นวันแห่งความกตัญญูของไทย วันครอบครัวอบอุ่น และวันของผู้สูงอายุอีกด้วย ลูกหลานไม่ว่าอยู่ไกลแค่ไหนต่างเดินทางกลับบ้านเพื่อรดน้ำขอศีลขอพรผู้ใหญ่ ญาติมิตรต่างชื่นอกชื่นใจ เป็นสายใยแห่งความผูกพันผ่านสายน้ำไหลเย็นเป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน ในวันสงกรานต์หรือวันปีใหม่ไทยวันนี้
.....ดังพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ เนื่องในวันสงกรานต์ว่า " จงรีบขวนขวายประพฤติการบุญ การกุศลเป็นสุจริตให้มากด้วยกาย วาจา และใจ โดยเป็นการเร็ว เหมือนอย่างที่บุคคลมีศรีษะลุกโพลงด้วยเพลิงไหม้ แล้วรีบร้อนจะดับไฟในศรีษะตน ฉะนั้นสรรพการกุศลทั้งปวงพึงสั่งสม ทำให้พร้อมมูลด้วยความไม่ประมาทในประการทั้งปวงเทอญ "